Home ข่าวด่วน เปิดชีวิต มีนตรา คุณหนูตกสวรรค์ จากรวยอยู่กระต๊อบ แจงดราม่าโชว์หวิวในเลานจ์ถูกด่าแรงถึงพ่อ

เปิดชีวิต มีนตรา คุณหนูตกสวรรค์ จากรวยอยู่กระต๊อบ แจงดราม่าโชว์หวิวในเลานจ์ถูกด่าแรงถึงพ่อ

74

เปิดวัยเด็ก “มีนตรา” ฉายา “คุณหนูตกสวรรค์” จากบ้านคนรวยล้มละลายหมด ต้องอยู่กระต๊อบ แจงดราม่าโชว์หวิวในเลานจ์จนถูกเมนต์ด่าแรง พ่อตายแล้วเหรอ? ถึงไม่มาดูแล

เรียกได้ว่าชุดเดียวเปลี่ยนแปลงทุกอย่างสำหรับ มีนตรา อินทิรา นักร้องสาวลูกทุ่งเลือดใหม่ ที่มาพร้อมกับซิงเกิ้ลล่าสุด “ว่าว” ที่หอบหิ้วมาโชว์ในรายการ “คุยแซ่บShow” ทางช่องวัน 31

เพราะนอกจากจะร้องเพลงนี้เป็นที่แรกในประเทศไทยแล้ว เจ้าตัวยังเล่าถึงชีวิตที่ต้องฝ่าฟันจาก “บ้านคนมีตังค์” กลายเป็น “คุณหนูตกสวรรค์” จนต้องเดินสายประกวดหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว พร้อมเคลียร์ดรามาแต่งตัวโป๊จนเห็นหน้าอกหน้าใจจนกลายเป็นประเด็นว่อนโซเซียล

คุณหนูตกสวรรค์ คือ?
“ตั้งแต่หนูเด็กๆ ทางครอบครัว มีฐานะ อาจจะไม่รวยมาก แต่อยู่แบบสุขสบาย มีพี่เลี้ยงประกบดูแลหนูคนหนึ่ง น้องชายคนหนึ่ง จนเกิดสถานการณ์พลิก เป็นช่วงฟองสบู่แตก ที่บ้านก็โดน ล้มละลายหมดเลย

ตอนนั้นอยู่ประถม จากบ้านหลังใหญ่ๆ ก็โดนยึดย้ายไปอยู่กระต๊อบ ไปอาศัยอยู่กับคุณอา แต่ที่ผ่านมาหนูรู้สึกอบอุ่นมาโดยตลอด อะไรที่ขาดที่หายไป เราก็ต้องสู้ไป

แล้วพอมาเริ่มร้องเพลง เราเป็นเด็กกิจกรรม ครูเห็นว่าเราชอบ เลยให้เราไปลองประกวด เราก็เลยลองดู มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นว่าถ้าเราไปประกวด เราได้รางวัล เราจะได้มีเงินมาช่วยที่บ้าน

แต่มันก็ลำบากเพราะกว่าจะเดินทางไปถึงที่ประกวดก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ ผ่านตัวเมืองไปขึ้นรถบ้านครูสอนร้องเพลง ไปประกวด จะมีภาพจำคือพ่อขับ น้องชายนั่งข้างหน้า ถือรองเท้า เอาถือถ้วยรางวัลกับชุดประกวด”

อะไรยากกว่ากันระหว่าง การประกวดร้องเพลง กับการใช้ชีวิต?
“ก็เป็นการประกวด เพราะตอนนั้นไม่ได้อะไรกับชีวิต แต่เพิ่งมารู้ตอนโตมาว่าเราก็เลือดนักสู้เหมือนกัน เพราะตอนประกวดรางวัลที่เราได้ 3-5 พัน เราเดินสายประกวด แต่ก็ไม่ได้ชนะทุกเวที

แต่มันก็ไม่พอที่จะเอาไปจ้างค่าเทอม พอเรามาประกวดที่กรุงเทพฯ ก็ต้องย้ายมาอยู่กับแม่ เพราะพ่อกับแม่แยกกันตั้งแต่เราเด็กๆ เราตัดสินย้ายมาเรียน กศน. เพราะเราจะตามฝันเป็นนักร้อง

พอมาอยู่กับแม่ได้แป๊บหนึ่ง ก็ย้ายออกมาดูแลตัวเอง อายุประมาณ 16-17 ปี ตอนนั้นร้องเพลงที่ร้านอาหาร ไม่ใช่ผับ ได้คืนละประมาณ 700 บาท คืนหนึ่งรับ 3 ที่ หักค่าห้อง ส่งให้ที่บ้านก็พอเหลือใช้นะ”

และเริ่มอยากเป็นศิลปินหรือยัง?
“เริ่มอยากเป็นตั้งแต่เริ่มต้นประกวด การที่เราเข้ามาประกวดที่กรุงเทพฯ เพราะเราอยากเป็นศิลปิน ย้อนกลับไปตอนประกวดของแฟนทีวี ก็ได้รางวัลชนะเลิศ เป็นเซ็นสัญญาเป็นศิลปินฝึกหัดอยู่ 1 ปี

แต่ยังไม่ได้ออกอัลบั้ม เพราะยังอ้วน เป็นเด็กอยู่ ท้ายที่สุดก็คุยกับแกรมมี่โกลด์ด้วย ว่าหลายๆ อย่างยังไม่พร้อม ก็เลยคุยว่าต้องเซย์กู้ดบายกัน สักพักไปประกวดเดอะวอยซ์”

คิดว่าสิ่งที่เราเลือกมันคือสิ่งที่ถูกต้องไหม?
“หนูคิดว่าถูกนะ การที่หนูเลือกออกมาใช้ชีวิตตั้งแต่เด็ก ได้ฝึกการไตร่ตรอง ได้ฝึกการใช้วุฒิภาวะตัวเอง ฝึกวางแผนใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และพอเราประกวดเดอะวอยซ์เสร็จ เราเริ่มลังเลว่าจะยังไงต่อ

เราเริ่มอยู่กับเพลงสตริง เพลงสากลมากขึ้น มีความสับสนว่าเราจะออกเพลงแนวไหนดี เราก็เริ่มทำเพลงเองกับพี่ที่เขาถนัดด้านนี้ และท้ายที่สุดก็ได้บทสรุปว่า

ตอนเรากลับอุดร นั่งอยู่ในรถ พระอาทิตย์กำลังตกดิน เป็นทุ่งนา ความเป็นบ้านเรา เพลงพี่ต่ายก็ขึ้นมา วินาทีนั้นเราก็คิดขึ้นได้ว่าสุดท้ายกูก็สาวลูกทุ่งดีๆ นี่เอง เลยตัดสินใจกลับมาประกวดเวทีเพลงลูกทุ่งเลย”

พอเราได้มาเป็นนักร้อง และพยายามเท่าไรก็ไม่ดังสักที?
“ใช่ค่ะ หนูเป็นคนหนึ่งทำเต็มที่ทุกโอกาส ทุกเพลง เพราะฉะนั้นที่คอนโทรลไม่ได้คือจังหวะของชีวิต เราทำเต็มที่แล้ว หนูคืดว่าเมื่อไรก็เมื่อนั้น หรือเพลงเราดีมาก

กะว่าปล่อยปีใหม่ คือดีมาก ติด 1 มาแรงในยูทูป เป็นไวรัลใน tiktok งานแน่นแน่นอน สรุปโควิดมาล็อกดาวน์ เพลงดีมันทำกันได้ แต่จะทำเพลงให้ดัง มันหูยยยย ชื่อว่าเพลง ห้ามตั๋ว”

ดรามาแต่งตัวโป๊?
“มันเป็นงานในเลานจ์ หนูก็เลยใส่ชุดประมาณนั้น ความตั้งใจเดิมที มันจะปิดหน้าอกนิดหนึ่ง แต่ความตั้งใจเราจะให้เห็นนิดๆ สไตล์ฝรั่ง

แต่พอเราร้องไปด้วย ยกมือไปด้วย ชุดมันรั้งขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็มีการเซฟไว้หมดแล้วนะ แต่ด้วยเวทีอยู่สูง มันเลยได้มุมภาพตามที่เห็นจนเป็นกระแส”

แล้วมันผิดตรงไหน ทั้งๆ ที่ร้องอยู่ในเลานจ์?
“หนูก็ไม่รู้ ว่ามันยังไง ทำไมดรามาขนาดนี้ แต่ที่เดา ที่หลายคนเห็นหนูอยู่บ้านในช่วงโควิด เห็นเราแต่ตัวด้วยผ้ามัดย้อม

แต่ก็มีคอมเมนต์แรงๆ ในเรื่องชุดนี้ ประมาณว่าขายอะไรกันแน่ หรือที่แรงๆ เม้นต์ไปด่าถึงพ่อ ว่าตอนไปประกวดเห็นพ่อไปด้วย แต่ตอนนี้พ่อตายแล้วเหรอ ถึงไม่มีใครมาดูแล”

สุดท้ายแล้ว โสดหรือไม่?
“ก็มีคนเข้ามา แต่กลัวมาก หนูไม่โฟกัสอะไร”